หลังจากที่ผมได้พูดถึงพังผืดเอาไว้หลายตอน วันนี้เรามาดูอาการที่ไม่เกิดจากพังผืดกันบ้าง ซึ่งในวันนี้ผมจะมาแนะนำอาการขาไม่มีแรง ซึ่งอาการเริ่มแรกอาจเป็นแค่รู้สึกเหมือนขาอ่อนแรง แต่เมื่อปล่อยทิ้งเอาไว้นานวันเข้า อาการอาจรุนแรงขึ้นถึงขนาดเดินไม่ได้ และบางรายอาจนั่งไม่ได้กันเลยทีเดียว
อาการขาไม่มีแรง
จากในตอนแรกที่รู้สึกเหมือนขาไม่มีแรง พอนานเข้าจะเริ่มมีอาการปวด โดยจุดเริ่มต้นของการปวดจะอยู่ที่เอว บางรายที่มีเลือดน้อยจะรู้สึกร้อนบริเวณเอวด้วย นอกจากรู้สึกเหมือนขาไม่มีแรงแล้ว ยังก้าวขาไม่ค่อยออก เดินนานๆไม่ได้ เมื่อปล่อยทิ้งเอาไว้จะเริ่มมีอาการปวดเพิ่มเข้ามา โดยอาการปวดจะเริ่มที่บริเวณเอว ไล่ลงมาตามสะโพก ผ่านจุดสลักเพชรลงไปตามต้นขาด้านหลังจนไปถึงหัวเข่า แต่ในบางรายอาการปวดอาจไล่มาจากสีข้างแล้วค่อยลงมา และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการปวดจะลามลงมาจนถึงเอ็นร้อยหวายและตาตุ่ม
ซึ่งเมื่อเกิดอาการดังกล่าวแล้ว การลุก การนั่งจะลำบากมากไม่ว่าจะนั่งกับพื้นหรือบนเก้าอี้ แต่จะลำบากมากโดยเฉพาะเวลาที่ต้องนั่งกับพื้น เวลายืนจะลุกยืนได้ยาก ในขณะเดินจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมารั้งเส้นเอ็น จากนั้นจะรู้สึกเหมือนขาไม่มีแรง ยกขาได้ลำบาก จนไม่สามารถเดินได้ไกลมากนัก จะต้องหยุดพักให้เส้นคลายตัวก่อนจึงจะสามารถเดินต่อได้ ผมเคยรักษาคนไข้บางราย เส้นเอ็นที่ผ่านสะโพกโดนดันจนลอยขึ้นมาทำให้สามารถจับได้อย่างชัดเจน ซึ่งจุดบวมนั้นมีขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งนิ้วครึ่ง ทำให้คนไข้ไม่สามารถนอนหงายได้เพราะถ้านอนกดทับเข้าจะปวดมาก อาการปวดจะมากหรือน้อยนั้น มีความสัมพันธ์กับลักษณะงานที่ทำด้วย
สาเหตุของอาการขาไม่มีแรง
สาเหตุของอาการขาไม่มีแรงมักเกิดจากการอักเสบของกระดูกสันหลังส่วนเอว ซึ่งเป็นจุดที่ส่งผลโดยตรงกับอาการปวดเมื่อยต่างๆตั้งแต่ช่วงสะโพกลงไป ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกระดูกสันหลังส่วนเอวอักเสบประกอบไปด้วยหลายสาเหตุดังนี้
สาเหตุแรก การใช้งานกล้ามเนื้ออย่างหนัก จนเกินกำลังของกล้ามเนื้อ จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเครียดและหดเกร็งขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดตามมา โดยคนส่วนใหญ่นิยมทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งยาเหล่านี้สามารถช่วยลดอาการปวดลง แต่ความจริงแล้วอาการอักเสบของกล้ามเนื้อยังคงอยู่ เมื่อหมดฤทธิ์ยาก็จะกลับมาปวดใหม่ ทำให้ต้องทานตาต่อเนื่อง โดยตัวยาบางตัวเมื่อรับเข้าสู่ร่างกายมากๆจะมีผลต่อการทำงานของการทำงานของกระดูกสันหลังในระยะยาวได้
สาเหตุที่สอง การเกิดอุบัติเหตุทำให้เกิดไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน โดยมากจะเกิดจากการที่ถูกกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณหลังช่วงล่าง เอว หรือสะโพก เช่น การหกล้ม รถชน หรือตกจากที่สูง เป็นต้น
สาเหตุที่สาม การใช้เคมีบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยพบว่าคนจำนวนมากที่ผ่านการทำเคมีบำบัดในระยะเวลาประมาณ 2-3 ปีจะมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง และหนึ่งในอาการนั้นก็คือความผิดปกติของการทำงานไขสันหลังด้วย
สาเหตุที่กล่าวมาเป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุดที่ส่งผลให้เกิดอาการขาไม่มีแรวง เมื่อเกิดอาการขาไม่มีแรงแล้วจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และหากปล่อยทิ้งไว้จนอาการปวดรุนแรงมากขึ้น บางรายถึงกับไม่สามารถนอนหลับได้ ฉะนั้นหมั่นสังเกตตัวเองถึงความผิดปกติ และทำการการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ไม่ต้องเก็บปวดทรมาณและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากขึ้นเมื่อการหนักแล้วครับ
แนวทางการรักษาอาการขาไม่มีแรง
เมื่อผู้ป่วยมีอาการขาไม่มีแรงอันเนื่องจากโรคไขสันหลังอักเสบแล้ว สิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คืออาการปวดตั้งแต่บริเวณสะโพกลงมา เหตุที่เกิดก็เพราะเส้นที่ต้นขาถูกกดให้ตึงขึ้นในบริเวณจุดสลักเพชร เพื่อเส้นตึงแข็งขึ้นจะส่งผลให้เกิดอาการปวด ยิ่งปล่อยไว้นานเส้นจะยิ่งตึงแข็งจนอาการปวดมากขึ้นจนทนไม่ไหว
ทางคลินิกจะใช้การตอกเส้นเพื่อแก้อาการเจ็บปวดจากให้บรรเทาลง โดยตอกเส้นบริเวณต้นขาเป็นจังหวะเพียงเบาๆอย่างระมัดระวังจนทำให้เส้นที่แข็งตึง หย่อนตัวลงจนเกิดความยืดหยุ่น ผู้ที่เข้ารับการรักษาจะรู้สึกว่าขาเบาขึ้นทันที การก้าวเดินจะถนัดขึ้น และความเจ็บปวดลดลง
การตอกเส้นจึงเป็นแนวทางในการทำให้อาการปวดทุเลาลง ส่วนการรักษาโรคไขสันหลังอักเสบในระยะยาว ตำรับยาสมุนไพรจะเข้ามามีส่วนสำคัญในการรักษสันหลังบริเวณเอวให้กลับมาเป็นปกติ และเนื่องจากกระดูกสันหลังส่วนนี้เป็นส่วนที่มีไว้สร้างเลือด เมื่อกลับมาเป็นปกติร่างกายจะสามารถสร้างเลือดขึ้นมาได้เหมือนคนปกติ ช่วยให้อาการอ่อนเพลียหายไปได้อีกด้วย
บทความโดย หมอธนกฤต

