ในสมัยนี้ต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่นอนในห้องแอร์ และมีไม่น้อยที่ทำงานในห้องแอร์ ใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์นานกว่าอยู่นอกห้องแอร์ เป็นที่ทราบกันดีว่าอากาศในตอนกบางคืนจะหนาวเย็นกว่าตอนกลางวัน และในขณะที่เรานอนพักผ่อนเราจะอยู่นิ่งๆไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเหมือนตอนที่เราทำงานในตอนกลางวัน การเผาผลาญภายในร่างกายจึงไม่เท่ากัน
เราต้องไม่ลืมว่าอาหารจำพวกไขมันในรูปต่างๆที่เรารับประทานเข้าไป เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วส่วนหนึ่งจะถูกกำจัดออกจากร่างกาย แต่ก็จะยังคงเหลืออยู่ในร่างกาย ซึ่งไขมันที่เหลืออยู่นี้จะไหลเวียนไปกับเลือดโคจรไปทั่วร่างกาย โดยข้อเท็จจริงแล้วจะมีไขมันส่วนหนึ่งจับเกาะตามผนังหลอดเลือด และค่อยๆจับตัวกันหนามากขึ้นตามระยะเวลาที่นานวันขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กมีอัตราการจับตัวของไขมันน้อยกว่าผู้ใหญ่ ยิ่งมีอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าใดโอกาสที่ไขมันจะจับเกาะตามผนังเส้นเลือดก็จะยิ่งหนามากกว่าเด็กเพิ่มมากขึ้นด้วยตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น
อากาศที่เย็นในตอนกลางคืนที่เกิดจากการนอนในห้องแอร์จะทำให้ไขมันเกาะตามผนังเส้นเลือด คนที่มีไขมันเกาะตามผนังเส้นเลือดมากกว่าเมื่อถูกอากาศเย็นจากภายนอกร่างกายจะทำให้ไขมันที่เกาะตามผนังเส้นเบือดค่อยๆแข็งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไขมันเกาะหนากว่าก็จะแข็งมากกว่า (ซึ่งคนที่มีไขมันเกาะหนาก็หนีไม่พ้นคนที่มีอายุมากกว่านั่นแหล่ะ) เมื่อชั้นของไขมันที่แข็งมากกว่า หนากว่า และเกาะนานวันกว่าก็จะส่งผลทำให้เส้นเลือดที่ถูกไขมัยเกาะแข็งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่คนที่มีอายุมากกว่สเส้นเลือดจะแข็งมากกว่าคนที่อายุน้อยกว่า (นี่พูดถึงคนทั่วๆไปที่รับประทานอาหารปกติ แต่สำหรับผู้ที่ชอบรับประทานอาหารและขนมที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์ ก็จะมีปัญยหาเส้นเลือดแข็งเพิ่มมากขึ้น) เมื่อเส้นเลือดแข็งมากขึ้นและนานวันมากขึ้นจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นของเส้นเลือดเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือความยืดหยุ่นของเส้นเลือดจะลดน้อยลง ซึ่งความยืดหยุ่นและความแข็งของเส้นเลือดนั้นจะส่งผลต่อปัญหาต่างๆของร่างกายตามมาอีกหลายอย่างดังนี้
- อาการปวดเมื่อยร่างกายของคนที่สูงอายุจะมากกว่าและหายช้ากว่าเด็ก
- เส้นเลือดที่แข็งและขาดความยืดหยุ่นจะมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดเส้นเลือดแตกง่ายกว่าเส้นเลือดที่อ่อนนุ่มกว่าซึ่งจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า
- เส้นเลือดที่ถูกไขมันเกาะมากจะมีโอกาสที่ไขมันใหม่มาเกาะหนาเพิ่มขึ้นได่ง่ายกว่าเส้นเลือดที่มีไขมันเกาะบางกว่า ผลที่ตามมาจะทำให้เกิดอาการเส้นเลือดตีบตันได้
- หากใครมีความรู้สึกว่าเส้นคอ บ่า ไหล่ตึงมาก และกล้ามเนื้อที่ คอ บ่า ไหล่มีอาการเกร็งตัวและแข็ง จะมีอาการหูอื้อ ตาลาย ตาพล่ามัว ปวดขมับ (ไมเกรน) แสดงว่าเลือดไปเลี้ยงประสาทหูและประสาทตาไม่พอ
- หากใครเส้นที่คอตึงมาก แสดงว่าเส้นเลือดใหญ่นำเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้เซลล์สมองตาย มีผลทำให้ความจำไม่ดี ความจำสั้น ถ้าหนักกว่านั้นทำให้ปวดศีรษะบริเวณท้ายทอย แล้วเลื่อนมาปวดที่กลางกระหม่อม จากนั้นจะมาปวดรอบๆกระบอกตาทั้ง 2 ข้าง อาการปวดที่ว่ามานี้เรียกว่าเป็นอาการปวดจากโรคไมเกรน และถ้าเป็นบ่อยๆอาจจะทำให้ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันได้
สำหรับอาการอื่นๆ ผมจะขยายความในครั้งถัดไปครับ
โดย หมอธนกฤต