หลังจากที่ผมพูดถึงการปวดอันเนื่องจากการนั่งบนพื้นราบแล้ว วันนี้จะมาพูดถึงการนั่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง นั่นก็คือการนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆหรือที่หลายคนเรียกว่าเก้าอี้ซักผ้า การนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆและเตี้ยๆ
ธิติวงษ์คลินิกการแพทย์แผนไทย | ตอกเส้นไม่เจ็บ โดย หมอธนกฤต
ตอกเส้นแก้อาการปวดเมื่อย ปวดร้าวที่ขา ขาไม่มีแรง กล้ามเนื้ออักเสบ อาการปวดจากพังผืด ยกแขนไม่ขึ้น อาการปวดทุกจุดบนร่างกาย รักษาโรคด้วยตำรับการแพทย์แผนไทย
หลังจากที่ผมพูดถึงการปวดอันเนื่องจากการนั่งบนพื้นราบแล้ว วันนี้จะมาพูดถึงการนั่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง นั่นก็คือการนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆหรือที่หลายคนเรียกว่าเก้าอี้ซักผ้า การนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆและเตี้ยๆ
วันนี้ผมจะมาพูดถึงการนั่งกันต่อ ว่าท่านั่งใดที่เราควรจะหลีกเลี่ยงถ้าสามารถทำได้ เริ่มจากการนั่งทำงานกับพื้นกันก่อน การนั่งบนพื้นราบท่าที่นิยมนั่งกันก็คือ ชายนั่งขัดสมาธิ หญิงนั่งพับเพียบ ซึ่งทั้งสองท่านี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบบริเวณข้อพับเข่า และมีพังผืดเข้ามาพันรัดกล้ามเนื้อ
ในตอนก่อนหน้านี้ผมได้พูดถึงผลเสียของการนั่งนาน ไม่ขยับเขยื้อน วันนี้ผมขอพูดถึงการนั่งอย่างถูกสุขลักษณะซึ่งก็คือการนั่งเต็มก้น โดยเวลานั่งต้องนั่งเต็มก้นและควรนั่งบนเก้าอี้ที่นุ่มพอ เพราะในขณะที่นั่งเต็มก้น ก้นจะรับน้ำหนักตัวเราได้ดีที่สุด จะเมื่อยช้าและยังป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อที่ก้นอักเสบได้ง่าย และช่วยไม่ให้กล้ามเนื้อที่ก้นเสียดสีกับกระดูกเชิงกราน
ความจริงแล้วในอาการปวดเมื่อยในจุดต่างๆของร่างกาย การปวดบริเวณเอวและหลังแก้ไขได้ง่ายที่สุด กระดูกสันหลังเอียงสามารถแก้ไขได้โดยใช้การตอกเส้นช่วย แก้ให้กระดูกสันหลังที่เอียงกลับมาตรงได้ หากกระดูกสันหลังคดและไม่มีจุดหักของกระดูกสันหลังก็สามารถแก้ให้ตรงได้ไม่ยาก หากแต่ในรายที่กระดูกสันหลังงอ ยิ่งงอมากเท่าใดจะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น จุดปวดจะอยู่บริเวณที่มีการหักงอมากที่สุด
หลังจากที่ผมได้อธิบายให้ทราบถึงอันตรายจากการนั่งนานๆในตอนที่แล้ว หากต้องนั่งนานๆแล้ว จะต้องไม่ลืมเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ อย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมงนะครับ ตอนนี้เรามาเข้าเรื่องอาการปวดเมื่อยที่มีสาเหตุจากการนั่งกันต่อครับ
ในตอนที่แล้วผมได้พูดถึงสาเหตุของโรคนั่งนานไปแล้ว วันนี้มาต่อกันที่อาการ ผู้ที่มีความเสี่ยง และข้อแนะนำสำหรับโรคนี้กันครับ
ลักษณะอาการเมื่อเริ่มจะเป็นโรคนั่งนาน ผู้ป่วยจะปวดเสียวและมีอาการร้อนๆ
วันนี้ผมจะนำเสนออาการปวดเมื่อยแบบต่างๆที่เกิดจากอิริยาบถต่างๆ เพื่อให้ทุกท่านทราบว่าอาการปวดเมื่อยที่ตนเป็นอยู่ในขณะนี้ เกิดมาจากอิริยาบถต่างๆของเราเองหรือไม่ เพื่อสามารถแก้ไขได้อย่างถูกวิธี และเมื่อเป็นแล้วจะได้ทราบแนวทางการรักษา โดยในตอนแรกนี้ผมขอพูดถึงอาการปวดเมื่อยที่มีสาเหตุจากการนั่งก่อน
ความจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้ขาโก่งนั้นมีหลายสาเหตุมาก เช่น อาการผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด การเลี้ยงดูในวัยเด็กอย่างผิดวิธีหรืออุบัติเหตุ เป็นต้น ในที่นี้ผมจะขอพูดเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องมาจากอาการปวดเมื่อย โดยเฉพาะบริเวณข้อเข่าซึ่งน้ำหนักตัวเป็นตัวเร่งทำให้ขาโก่งเพิ่มมากขึ้นและเร็วขึ้น
เคยสังเกตกันบ้างไหมครับ ว่าบางคนที่เดินหลังงอมากจนหลังขนานกับพื้น แต่เวลานั่งหลังกลับตั้งตรงได้ตามปกติ ผมขอให้รายละเอียดดังนี้ครับ คนที่เวลาเดินแล้วหลังงอส่วนมากแล้วมักมีสาเหตุมาจาก
หลังจากที่ผมได้กล่าวถึงอาการที่เกิดจากพังผืดมาหลายตอน จนถึงตอนข้อเข่าเสื่อม ซึ่งเกิดจากการที่มีพังผืดเข้ามาแทรกในช่องว่างระหว่างกระดูกหัวเข่าท่อนบนและท่อนล่าง ในตอนนี้ผมจะพูดถึงอีกอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นที่บริเวณหัวเข่าเช่นกัน แต่แตกต่างกันที่สาเหตุครับ
ต่อจากตอนที่แล้วในเรื่องของขาไม่มีแรง ผมได้กล่าวไว้ว่าสาเหตุหลักก็คือการเกิดการอักเสบของไขกระดูกสันหลัง วันนี้ผมจะมาพูดต่อว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการอักเสบที่ว่านี้
สาเหตุแรก ก็คือการใช้
จากที่ผมเคยพูดถึงอาการขาไม่มีแรงซึ่งมักเกิดจากการอักเสบของกระดูกสันหลังบริเวณเอว วันนี้มาดูอาการที่เกี่ยวกับแขนบ้าง ซึ่งคืออาการแขนไม่มีแรง โดยส่วนมากมักเกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลังส่วนคอครับ
ในการเกิดพังผืดรัดเส้นเลือดนั้นจะมีลักษณะของเส้นเลือดขอด โดยเส้นเลือดจะขดอยู่เป็นกลุ่มและมีพังผืดอยู่โดยรอบ จะสังเหตุเห็นว่าเนื้อบริเวณนั้นจะนิ่วกว่าเวลาปกติที่เรากดลงไป ซึ่งส่วนมากจะเกิดบริเวณใกล้ข้อต่อ เช่น เข่า หัวไหล่ ข้อศอกหรือบริเวณน่อง
อาการนิ้วล็อคจัดว่าเป็นโรคยอดฮิตของคนในปัจจุบัน ซึ่งสามารถได้พบได้ทั้งผู้สูงอายุและกลุ่มคนวัยทำงาน ทั้งนี้นิ้วล็อคนั้นเกิดจากการที่เกิดพังผืดเข้ามารัดบริเวณเส้นเอ็น ตรงบริเวณข้อต่อกระกว่างกระดูกฝ่ามือและกระดูกนิ้ว โดยอาการนี้สามารถเกิดได้กับทุกนิ้วขึ้นอยู่กับว่าเราใช้นิ้วไหนทำงานหนัก
ในการเกิดพังผืดรัดเส้นเอ็นนั้นมักพบได้มากบริเวณนิ้ว โดยสามารถสังเกตเห็นเนื้อแข็งโปนขึ้นมาบริเวณนิ้ว มองดูคล้ายกระดูกงอก ซึ่งจะเกิดใกล้ๆข้อต่างๆ เช่น ข้อนิ้วมือใต้เล็บ บริเวณใกล้โคนนิ้วเท้า หรือบริเวณด้านข้างตาตุ่ม เป็นต้น