กระดูกกดทับเส้น/ไขสันหลังอักเสบ อาการต่างกันอย่างไร

เมื่อเราทราบถึงสาเหตุและข้อสังเกตที่จะชี้ชัดว่าอาการปวดหลังแล้วลามลงขานั้น เกิดจากกระดูกกดทับเส้นหรือเกิดจากไขสันหลังอักเสบแล้ว ต่อไปมาดูถึงอาการปวดของแต่ละชนิดว่ามีอาการปวดอย่างไร ผมจะขอเปรียบเทียบอาการปวดของทั้งสองโรค ว่ามีจุดเหมือนและจุดแตกต่างกัน เพื่อจะได้แยกแยะโรคได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

กระดูกกดทับเส้น หรือ ไขสันหลังอักเสบ ตอนที่ 2

จากตอนก่อนหน้าที่ ผมได้พูดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกระดูกทับเส้นและไขสันหลังอักเสบกันแล้ว ในวันนี้ผมจะให้ข้อสังเกตหรือตัวชี้ชัดเพิ่มเติม เพื่อสามารถแยกแยะอาการปวดหลังปวดขาที่คุณเป็นนั้น เกิดจากกระดูกกดทับเส้นหรือเกิดจากไขสันหลังอักเสบกันแน่

ปวดหลังลงไปถึงขา เกิดจากกระดูกกดทับเส้น หรือเกิดจากไขสันหลังอักเสบ?

เราจะทราบได้อย่างไรว่าอาการที่ปวดหลังลงขา เกิดจากกระดูกกดทับเส้น หรือเกิดจากไขสันหลังอักเสบ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนไข้สงสัยกันมากที่สุด กรณีกระดูกกดทับเส้นนั้น คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้จักกันดี เมื่อมีอาการปวดหลังแล้วมีอาการปวดลามลงมาที่ขา

เอ็นข้อศอกอักเสบ

ข้อศอกจัดว่าเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมากทีเดียว หลายท่านอาจยังไม่รู้ว่าบริเวณข้อศอกของเรานั้น เป็นสุดศูนย์รวมกล้ามเนื้อหลายที่ทำหน้าที่ในการทำกิจกรรมต่างในอวัยวะ ตั้งแต่ข้อศอกลงมา เช่น การกระดกข้อมือในการกวดบ้าน กระดกนิ้วในการกดเล่นโทรศัพท์มือถือ การเกร็งข้อมือเวลาเล่นกีฬาที่ต้องใช้ไม้

เอ็นร้อนหวาย จุดเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม

เอ็นร้อยหวายเป็นเอ็นที่เชื่อมต่อระหว่างส้นเท้าและกล้ามเนื้อน่อง ซึ่งเอ็นร้อยหวายนี้คือส่วนปลายล่างของกล้ามเนื้อน่องที่กลายสภาพมาเป็นเอ็นเกาะติดกับด้านหลังกระดูกส้นเท้า โดยหน้าที่หลักของอวัยวะส่วนนี้คือการช่วยในการทรงตัว ในทุกท่วงท่า ทั้งการยืน การเดิน หรือการวิ่ง

ข่าวสาร: ทริปหมอสัญจร ภาคอีสาน วันที่ 13-23สค

แจ้งข่าวสารการออกทริป หมอสัญจร ภาคอีสาน ทริปหมอสุญจรภาคอีสานเดือนสิงหาคม ตอกเส้นแก้อาการ รักษาโรคด้วยสมุนไพร แจ้งตารางการเดินทางดังนี้ 13 สค : ออกจากกรุงเทพฯ เดินทางไปที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ค้างคืน 13-16 สค 17 สค : เดินทางเข้าจังหวัดร้อยเอ็ด ค้างคืน 17-18 สค 19 สค : เดินทางไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ ค้างคืน 19-20 สค 21 สค : เดินทางไปจังหวัดโคราช ค้างคืน 21-22 สค 23 สค :…

วิธีป้องกันการปวดหลังของชาวออฟฟิศ

ช่วงๆหลังๆมาคนไข้ของผมเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมกันเยอะ ซึ่งการปวดบ่าและหลังนี้ไม่ได้เกิดมาจากการเสื่อมไปตามวัย แต่สาเหตุหลักคือการนั่งไม่ถูกสุขลักษณะและนั่งท่าเดิมๆเป็นเวลานาน วันนี้ผมเลยขอมาพูดถึงวิธีการง่ายๆเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคกันดังนี้ครับ

ข้อแนะนำ เพื่อสุขภาพกายที่ดี

วันนี้ขอเปลี่ยนเรื่องมาพูดถึงการดูแลสุขภาพของเราเองบ้างครับ สำหรับคนที่มีอาการที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงไปสู่อาการปวดเมื่อยต่างๆ เราสามารถบรรเทาอาการให้เบาลงด้วยตนเองได้ครับ

อาการปวดเมื่อยที่มีสาเหตุมาจากท่ายืน ตอนที่ 3

มาต่อกันในเรื่องของการยืนต่อเนื่องนานๆกันครับ เมื่อต้องยืนนานๆ เส้น เอ็น และกล้ามเนื้อที่ขาจะตึงมาก อาจมีปัญหาบริเวณหัวเข่าได้ เช่น กระดูกหัวเข่ากดทับเส้น หรือเส้นเบียดกระดูก ส่วนมากที่พบจะเกิดเส้นเบียดกระดูกบริเวณหัวเข่าด้านใน และมักจะมีพังผืดเข้ามาพันรัดเส้นบริเวณนี้ด้วย ซึ่งเราเองต้องพยายามป้องกันไม่ให้เป็นครับ

อาการปวดเมื่อยที่มีสาเหตุมาจากท่ายืน ตอนที่ 2

เมื่อวานเราพูดถึงเรื่องกล้ามเนื้อเกร็งตัวและทำให้เกิดกล้ามเนื้อแข็งและเมื่อกล้ามเนื้อแข็งทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา ซึ่งผมได้พูดไปแล้วเมื่อวานนี้ วันนี้มาต่อจากข้อที่ 3 เมื่อวานเรื่องของเส้นเลือดขอดกันครับ

อาการปวดเมื่อยที่มีสาเหตุมาจากท่ายืน

ผมได้นำเสนออาการปวดเมื่อยที่มีสาเหตุมาจากท่านั่งและท่านอนแล้ว ต่อไปนี้ผมจะมาพูดถึงอาการปวดเมื่อยที่มีสาเหตุมาจากท่ายืนครับ สำหรับในตอนแรกนี้ผมจะขอพูดถึงกรณีคนที่ต้องยืนนานๆทั้งวัน เช่น พนักงานขาย เป็นต้น

ท่านอนคว่ำ

ในท่านอนคว่ำนี้จะมีไม่มาก ส่วนใหญ่จะติดมาจากการนอนคว่ำในเด็ก เนื่องจากพ่อแม่จับให้นอนท่านี้เพื่อให้ได้หัวที่ทุยสวย ในขณะที่นอนหลับในท่านอนคว่ำ หากนอนคว่ำแล้วตะแคงหน้าไปทางเดียว จะส่งผลให้ใบหน้าไม่เท่ากัน

ท่านอนตะแคง ตอนที่3

วันนี้ผมจะขอกล่าวถึงเรื่องเมื่อนอนตะแคงเป็นประจำแล้ว อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณสีข้างกับสะโพก เมื่อเกิดแล้วจะแก้ไขได้ยากเพราะส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าอาการปวดที่จะกล่าวถึงนี้เกิดจากอะไร วันนี้ผมจะพูดถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากท่านอนกันนะครับ

ท่านอนตะแคง ตอนที่2

การนอนตะแคง และยกมือขึ้นไปเหนือศีรษะ การนอนในท่านี้เป็นประจำทำให้มีปัญหาอยู่ 2 อย่าง คือ อาจจะเกิดจุดกดทับเส้นเลือด ที่บริเวณหัวไหล่และกล้ามเนื้อที่ซอกไหล่ เมื่อนอนท่านี้ติดต่อกันนานๆ อาจจะส่งผลต่อเนื่อง ทำให้ปวดเส้นต่อลงมาที่ศอกและข้อมือได้ (ลองกลับไปอ่าน เรื่องการกดทับเส้นเลือด ที่ผมเคยเขียนอธิบายไว้แล้วนะครับ) ส่วนกล้ามเนื้อที่ซอกไหล่ เมื่อมีปัญหาแล้วจะส่งผลต่อการใช้แขนข้างนั้นทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้กำลัง อาจมีปัญหาเรื่องการยกแขน การเอื้อมมือไปที่หลังแล้วยกได้ไม่สูง

การนอนตะแคง

ถัดจากท่านอนหงาย มาดูท่านอนที่ 2 ครับ คือท่านอนตะแคง

การนอนตะแคงไม่ว่าจะตะแคงไปทางซ้ายหรือขวา จะมีผลเสียต่อร่างกายเกือบเหมือนกัน แต่หากนอนตะแคงซ้ายข้างเดียวและนอนแบบนี้ทุกวัน ทรวงอกจะถูกกดทับ ทำให้การทำงานของหัวใจอึดอัดไปหน่อย แต่ผู้ที่นอนตะแคงซ้ายเป็นประจำอาจจะเคยชิน